“กล้องวงจรปิดก็ต้องติดให้ครอบคลุม ต้องทำให้ทุกๆ คนสามารถเข้าถึงกล้องได้อย่างเท่าเทียมกัน ไม่ใช่ว่าพอคนรวย คนมีเส้น ก็เข้าถึงกล้อง เข้าถึงภาพอย่างรวดเร็ว”
“กรุงเทพมหานครตอนนี้เรามี CCTV ประมาณ 62,000 กล้อง แต่ผมคิดว่าเมืองใหญ่ระดับ 1,500-1,600 ตารางกิโลเมตร มีกล้องแค่นี้มันคงยังไม่พอ จะต้องเพิ่มจำนวนกล้องให้เยอะมากกว่านี้ รวมถึงเชื่อมโยงเอาระบบ AI เข้ามาช่วย”
“วันนี้ต้องช่วยด้วยเทคโนโลยีครับ ถ้าเกิดกล้องวงจรปิดที่ กทม. มีอยู่แล้วเยอะ ผนวกกับเอกชนรวมๆ กันแล้วไม่ต่ำกว่าครึ่งล้านตัว ถ้าเกิดประสานกันได้ ก็จะทำให้คนเคารพกฎหมาย และไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น”
“กล้องวงจรปิดตอนที่ผมมาเป็นใหม่ๆ มันมีอยู่ 57,000 แต่ตอนนี้มีอยู่ 62,000 แล้ว เมื่อก่อนมันเป็นพวกอะนาล็อก 4 แสนพิกเซล เดี๋ยวนี้เปลี่ยนใหม่ไปแล้วเป็น 10 เท่าเลยนะ เป็น 4 ล้านพิกเซล แล้วก็เปลี่ยนเป็นดิจิทัลแล้ว”
“ผมว่า กทม. ทำได้แล้ว แต่ยังไม่ได้ทำก็คือการทำ Risk Map หรือแผนที่เสี่ยง ยกตัวอย่างเช่นตรงไหนที่เป็นโรงงานที่มีการเก็บสารเคมีเราแจ้งได้ไหม มีตรงไหนเป็นจุดที่มีความเสี่ยงในแง่น้ำท่วมเราบอกได้ไหม ผมว่าถ้าเกิด Risk Map พวกนี้แล้ว ประชาชนจะมีความเข้าใจแล้วมีการเตรียมตัวรับมือกับสาธารณภัยพวกนี้ได้ดีขึ้น”
“ผมก็มีข้อสงสัยนะครับว่าเวลาเกิดเหตุการณ์ขึ้นมาเราเห็นไหมครับว่าคนที่เข้าไปช่วยแก้ไขวิกฤตต่างๆ กลับเป็นอาสาสมัคร ไม่ใช่หน่วยงานของ กทม. ผมจะเข้าไปพูดคุยดูแลตัวด้วยเองแล้วก็ทำงานประสานร่วมกันเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด”
SHARE
+ อีก -Infinity คำถามเคลียร์ใจเฉพาะตัวผู้สมัคร